Showing posts with label Understanding Design Concept. Show all posts
Showing posts with label Understanding Design Concept. Show all posts

Thursday, October 11, 2007

ได้อะไรจากตรงนี้

ก่อนหน้าที่จะมาเรียนวิชานี้ต้องเลือกตั้งแต่ปี 2 ที่เลือกวิชานี้ไปเพราะผมคิดว่าก่อนจะจบออกไปผมคงต้องทำความเข้าใจกับภาควิชานี้ให้ดีก่อนที่จะไปสื่อสารกับโลกภายนอก แต่พอได้ถามกับรุ่นพี่บ้างคนว่าเรียนวิชานี้เป็นไงบ้าง ส่วนใหญ่จะบอกว่าน่าเบื่อมากถึงมากที่สุด ผมก็เลยงงว่าเราเลือกเรียนถูกหรือเปล่า และก็มีความรู้สึกแบบนั้นมาตลอด จนวันแรกของการเรียนวิชานี้ก็มาถึงทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองให้กับวิชานี้ว่าไม่จริง ไม่ใช่อย่างที่รุ่นพี่บอกเลย บรรยายกาศสนุกเฮฮาบ้างไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด ถึงกับเพื่อนๆบ้างคนบอกว่าไม่อาจขาดเรียนวิชานี้เลยว่ะ ถ้าขาดเรียนไปคงพาดอะไรดีๆไปในวันนั้นแน่ๆ (เป็นเรื่องจริงน่ะครับไม่ได้พิมพ์เพื่อหวังคะแนนอะไร)
ผมเคยพูดกับเพื่อนเรื่องนี้เหมือนกันว่าเรียนแล้วได้อะไรบ้าง หลายคนตอบว่าทำให้คิดมากขึ้น แต่สำหรับผมผมว่าผมเป็นคนคิดมากอยู่แล้วก็เลยไม่มีมุมมองอย่างนั้น แต่กับคิดว่าได้มุมมองใหม่ๆกับเรื่องอื่นและมีระบบในตัวเองมากขึ้น มีการลำดับความสำคัญได้ถูกต้องขึ้น เห็นความผิดพลาดของตัวเองเยอะขึ้นซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับผม ถึงแม้ผมจะมาสายบ่อย หายตัวไปบ้างแต่ผมก็รู้สึกได้อะไรเยอะกับวิชานี้และเป็นวิชาที่ทำให้ผมเขียนและพิมพ์เยอะขึ้นมาก

สุดท้ายและท้ายสุด..................ผมขอขอบคุณอาจารย์ ติกที่ให้คำแนะนำดีๆกับผมและเพื่อนๆตลอดทั้งเทอมนี้และผมจะจำคำสอนของอาจารย์ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลครับ

STATEMEN

อาจารย์ครับ คือข้อมูลของเดิมที่พิมพ์ไว้ครั้งที่แล้วที่ส่งไปมันหายไปแล้วครับ เพราะว่าคอมพิวเตอร์ของผมมันมีปัญหาครับ มันเปิดเครื่องไม่ได้เพราะโดนไวรัส ผมเลยเอาไปซ่อมแล้วปรากฏว่ามันกู้ข้อมูลกับมาไม่ได้หมดผมจึงไม่ได้ลงข้อมูลชุดเก่าที่ส่งไปน่ะครับ

คำถามแรกเลยเมื่อเรียนจบแล้วจะทำอะไร คำถามนี้ผมโดนคนรอบตัวผมถามมาบ้างแล้ว แต่ผมก็ก็ยังไม่ได้ตอบอะไรมากเพราะผมยังเรียนไม่จบ แต่ผมก็เริ่มมีความคิดไว้ในหัวบ้างแล้วว่า เมื่อเรียนจบแล้วผมอยากจะพักผ่อนเป็นอันดับแรก โดยการพักผ่อนของผมก็คือการเดินทางไปเลื่อยๆไปในที่ๆผมอยากที่จะไปตั้งนานแล้วแตผมยังไม่มีโอกาสที่จะได้ไป อาจจะเริ่มจากในประเทศก่อนแล้วถ้ามีงบประมาณพอก็อาจจะ Go Inter บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตอนนี้ผมก็เริ่มเก็บเงินไว้บ้างแล้วจากjobที่ผมได้รับมาในช่วงปีสองปีมานี้แต่ยังไม่มากพอที่จะออกเดินทางในระยะไกลได้ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ผมอยากจะทำเมื่อเรียนจบ เพราะการเดินทางในครั้งนี้ผมคงได้เวลาคิดถึงเรื่องตัวเองบ้างหลังจากที่เรียนหนักมาตลอด 4 ปีที่อยู่ที่นี่หลายคนคงไม่คิดว่าการเรียนที่นี่ไม่หนักมากเท่าไรนัก แต่สำหรับเด็กคนหนึ่งซึ่งตอนมัธยมในสายตาครูมองว่าเป็นเด็กเหลือขอ ก่อนที่ผมจะจบออกมา ครูพูดดูถูกไว้ว่ายังเธอก็เรียนไม่จบหรอก จากวันนั้นถึงวันนี้ผมอยากขอบคุณครูคนนั้นที่เป็นแรงผลักดันที่ดีสำหรับผมในการมาเรียนที่นี่ แต่ตอนผมมีคำถามกับตัวเองซึ่งตอนนี้ผมก็ยังตอบตัวเองไม่ได้และเชื่อว่าผมคงจะได้คำตอบอะไรบ้างอย่างที่ผมยังสงสัยอยู่ในทุกวันนี้ว่าผมทำถูกแล้วหรือกำลังฝืนมันอยู่
หลังจากที่ผมได้พักผ่อนสักช่วงเวลาหนึ่งแล้วผมคิดไว้ว่าจะทำงานเพื่อหาประสบการณ์เพิ่มเติมจากที่ในห้องเรียนที่ไม่ได้สอนผมและเก็บเงินสักก้อนหนึ่ง อาทิตย์ที่แล้วผมได้มีโอกาสเจอลูกพี่ลูกน้องผมเค้ากลับมาเที่ยวที่เมือง ไทยเขามาเยี่ยมพ่อแม่ผมที่บ้านก็เลยได้คุยกันแล้วเขาก็ถามคำถามที่ผมพิมพ์ไปเมื่อตอนต้นผมเลยบอกไปว่าผมอยากไปเรียนที่อังกฤษแต่ภาษาอังกฤษผมไม่ได้เลยเขาเลยชวนผมไปอยู่ที่สิงคโปร์สักพักเรียนภาษาหางานทำไปด้วยก่อนแล้วค่อยไปประเทศอังกฤษก็ยังไม่สาย เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไม่คอยสู้ดี เขากลัวว่าจะหมดเงินเยอะถ้าไปแบบไม่มีพื้นฐานติดตัวไป ผมก็บอกกับเค้าไปว่าผมสนใจอยู่แต่ยังให้คำตอบอะไรไม่ได้เพราะผมยังไม่แน่ใจว่าผมจะเรียนจบเมื่อไรเพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีนักกับการเรียน แต่ยังไงก็ตามผมก็ยังตั้งมั่นไว้ว่าต้องไปเรียนที่ประเทศอังกฤษให้ได้เพราะชอบประเทศนี้ผมคิดว่าคนประเทศนี้เขามีความเป็นตัวของตัวเองมาก และผมคงได้ไปตามหาสิ่งที่ผมรักคือดนตรี แต่ลึกๆแล้วผมว่าผมต้องเดินอยู่บนถนนของนักออกแบบอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้มุมมองของผมกับการได้มาสัมผัสกับอาชีพนักออกแบบ ซึ่งผมคิดว่า”ทุกวันนี้การเป็นนักออกแบบไม่ใช่เรื่องยาก แต่การใช้วิถีชีวิตแบบนักออกแบบไม่ใช่เรื่องง่าย”

Wednesday, September 19, 2007

IMAGINATION OF ME

จินตนาการ
ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เป็นคำที่อยู่ภายในกลุ่มของ จินต,จินต์ ซึ่งเป็นคำกริยา ที่แปลว่า คิด ส่วนคำ จินตนาการ เป็นคำนาม แปลว่า การสร้างภาพขึ้นในจิตใจ

ในความคิดของผม ผมว่าจินตนาการเกิดจากเหตุการณ์ณ์ในอดีตที่ตัวเราได้พบเจอมาแล้วและเมื่อได้กระทำในรูปแบบนั้นๆ
ที่ได้พบเจอมาก็ทำให้เราคิดต่อไปในทิศทางนั้น

จินตนาการของความจริง
ผมเจอจินตนาการของตัวเองประมาณ 2 เดือนครั้งเห็นจะได้ ผมจะเจอทุกครั้งที่ผมไปงานจัดแข่งBB.Gun(ปืนอัดลมไฟฟ้า โดยจะใช้ลูกกระสุนไฟเบอร์ขนาดมตราฐาน 0.2gในการเล่น)ที่จัดขึ้นในงานแต่ละครั้งนั้นจะจำลองสถานการณ์จากเหตุการณ์จริงหรือเหตุการณ์จากภาพยนตร์ขึ้นมาจะแบ่งทั้ง 2 ทีม ทีมละประมาณ 60-70 คนจะกำหนดภาระกิจขึ้นมาและทำให้สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด ยกตัวอย่างครั้งล่าสุดที่ผมได้ไปเล่นมา ใช้ชื่องานว่า Black Hawk Down เป็นการจำลองจากฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้ ในตอนที่ฮ. ตกในใจกลางเมือง สถานที่เล่นจะเป็นถนนยาวประมานเกือบ 1 กิโลเมตร 2 เส้นขนานกันและ 2 ข้างทางจะมีแต่ตึกล้างสูง 2 ชั้น มีหลังคาบ้างไม่มีหลังคาบ้างตลอดทั้งแนวถนน ฝั่งทีมผู้ก่อการร้ายจะมีภารกิจคือ ต่อต้านข้าศึกและสกัดกั้นทุกรูปแบบโดยวิธีใดก็ได้ ก่อนที่เกมส์เริ่มต้นจะให้ทีมผู้ก่อการร้ายเข้าหลบส่อนตัวตามแนวตึกหรือตามถนนเพื่อจะทำการตั้งรับอีกฝ่ายหนึ่ง จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการเตรียมตัวส่วนอีก ทีมจะเป็นทหารในวันนั้นผมจับฉลากได้อยู่ในทีมทหารจะมีภารกิจคือ เข้าไปช่วยเหลือเพื่อนทหารตรงจุดที่ฮ.ตกและกลับออกมาให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด พอเริ่มเกมส์ผมกับเพื่อนๆในทีมก็ต้องเดินลาดตะเวนไปตามท้องถนนโดยมีรถยานเกราะนำข้างหน้า บรรยากาศในช่วงเวลาตรงนั้นรวมไปถึงสิ่งเล้ารอบๆตัวผมทั้งเครื่องแต่งกายที่สวมใส่อาวุธที่ใช้มีน้ำหนักใกล้เคียงกับของจริงหรือคนที่อยู่รอบข้างตัวผมทำให้ผมตื่นเต้นและมีจินตนาการไปกับเกมส์เหมือนกับว่าในตอนนั้นผมเป็นทหารอยู่จริงๆ

จากเหตุการณ์ที่ผมได้เจอจินตนาการมา มันเกิดมาจากการจำลองสถานการณ์ขึ้นมาและจินตนาการต่อไปโดยลิงค์กับความจริงจากสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัวในขณะนั้น เช่น เครื่องแต่งกายของจริง อาวุธที่ใช้ก็มีน้ำหนักและเสียงที่สะท้อนออกมาจากปลายกระบอกปืนเหมือนกับของจริงรวมไปถึงบรรยากาศในเกมส์และประสบการณ์ของเราที่ได้เห็นหรือพบเจอมาแล้วในอดีตจากภาพยนตร์ต่างๆหรือสารคดีของทหาร แต่เราตัดสินด้วยสติสัมปชัญญะของเราว่ามันไม่เป็นความจริง